War of the Worlds (2005) อภิมหาสงครามล้างโลก
VIDEO
เรื่องย่อ : War of the Worlds (2005) อภิมหาสงครามล้างโลก
ดูหนัง War of the Worlds (2005) อภิมหาสงครามล้างโลก
บทนำ
War of the Worlds (2005) เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่สร้างจากนวนิยายชื่อดังของ H.G. Wells ซึ่งกำกับโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก และนำแสดงโดย ทอม ครูซ, ดาโกต้า แฟนนิง, และมิร์เรน แทนดี้ เรื่องราวในภาพยนตร์เล่าถึงการรุกรานของเอเลี่ยนที่มุ่งทำลายโลกและการต่อสู้ของมนุษยชาติในการเอาชีวิตรอดจากวิกฤตินี้
นักแสดงในเรื่อง
- ทอม ครูซ ในบท เรย์ ฟ errier
- ดาโกต้า แฟนนิง ในบท ราเชล ฟ errier
- มิร์เรน แทนดี้ ในบท โทนี่
- Tim Robbins ในบท เฮอร์รี่
- Justin Chatwin ในบท แบร์รี่
คะแนน IMDB และ Rotten Tomatoes
ภาพยนตร์ War of the Worlds (2005) ได้รับคะแนนจาก IMDB อยู่ที่ประมาณ 6.5/10 และจาก Rotten Tomatoes มีคะแนนอยู่ที่ 75% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากผู้ชมและนักวิจารณ์
สรุปเนื้อเรื่อง
เรื่องราวเริ่มต้นที่เรย์ ฟ errier (รับบทโดย ทอม ครูซ) ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่พยายามดูแลลูกสาวของเขา ราเชล (รับบทโดย ดาโกต้า แฟนนิง) และลูกชาย แบร์รี่ (รับบทโดย Justin Chatwin) วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าเป็นสัญญาณให้รู้ว่าโลกกำลังเผชิญกับการรุกรานจากเอเลี่ยนที่มีเทคโนโลยีที่เหนือกว่ามนุษย์
ระหว่างที่เรย์และครอบครัวหนีจากการโจมตีของเอเลี่ยน พวกเขาได้พบกับความโกลาหลและการทำลายล้างของเมือง ซึ่งทำให้เรย์ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ในการเดินทางนี้พวกเขาเผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย ทั้งจากเอเลี่ยนและจากมนุษย์ที่พยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด
การสร้างความตึงเครียดและสภาพแวดล้อมของภาพยนตร์ถูกสื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะฉากที่แสดงถึงการทำลายล้างของเมืองและการวิ่งหนีของตัวละครหลัก ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความตื่นเต้นและอารมณ์ร่วมไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ในตอนท้ายของเรื่อง แม้ว่าเรย์จะต้องสูญเสียบางอย่าง แต่เขาก็ได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของครอบครัวและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ในขณะที่เอเลี่ยนเองก็ประสบความพ่ายแพ้จากโรคภัยที่มนุษย์มี ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจของธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้
ความเห็นส่วนตัว
War of the Worlds (2005) เป็นภาพยนตร์ที่มีการเล่าเรื่องที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยอารมณ์ การแสดงของทอม ครูซและดาโกต้า แฟนนิงมีความน่าเชื่อถือและเป็นธรรมชาติ ฉากแอ็คชั่นและวิชวลเอฟเฟกต์ก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ภาพยนตร์นี้เป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำของสตีเวน สปีลเบิร์ก
6.567